ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:เมื่อต้นปี 2020 ทองคำเริ่มด้วยความแข็งแกร่งราคาพุ่งสูงถึง 1,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดเริ่มมีการมองในแง่ดีเกี่ยว กับทองคำ อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ปี 2564 ราคาทองคำอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ และกำลังจะดิ่งลง
วิเคราะห์ XAUUSD จาก WikiFX (16 ม.ค. ) - เมื่อต้นปี 2020 ทองคำเริ่มด้วยความแข็งแกร่งราคาพุ่งสูงถึง 1,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดเริ่มมีการมองในแง่ดีเกี่ยว
กับทองคำ อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ปี 2564 ราคาทองคำอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ และกำลังจะดิ่งลง
ในสัปดาห์แรกของปี 2564 ราคาทองคำร่วงลงกว่า 2.5% ในสัปดาห์ที่สองของปีใหม่หลังจากการเปิดเผยข้อมูลนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm) ราคาทองคำร่วง

ลงต่ำกว่า 1,900 ดอลลาร์ โดยร่วงลงมากที่สุดมากกว่า 100 ดอลลาร์
สาเหตุของการพุ่งขึ้นของทองคำก่อนหน้านี้คือการไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิดอย่างต่อเนื่องได้ นำไปสู่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของผล
ตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทำให้นักลงทุนละทิ้งการซื้อขายทองคำที่เป็นทรัพย์สินปลอดภัย และทองคำได้รับผลกระทบอย่างหนัก
แม้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการคลังของสหรัฐฯจะช่วยกระตุ้นการคาดการณ์เงินเฟ้อ แต่มาตรการ Lock down รอบใหม่เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิดครั้งใหม่
กลับได้ระงับความคาดหวังดังกล่าว เป็นผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นและความน่าดึงดูดใจของทองคำอ่อนลง
แม้ว่ามาตรการกระตุ้นทางการคลังในระยะยาวในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำจะส่งผลดีต่อทองคำ แต่หากอัตราดอกเบี้ยของกระทรวงการคลังสหรัฐยังคงปรับตัวสูงขึ้นในอีก
ไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจส่งผลในทางลบต่อราคาทองคำ
จากมุมมองทางเทคนิคราคาทองคำกลับสู่ช่วงขาลงเหมือนกับเดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นนัยว่าราคาทองคำอาจยังคงปรับตัวลงต่อไปในระยะสั้น เทรดเดอร์
ต้องวางแผนให้ดี

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ