PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ: เทรดเดอร์คงรู้กันดีว่าจุดเด่นหนึ่งของการเทรด Forex คือมันสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง อะไรที่ทำให้เป็นเช่นนั้นมาชมกัน
เทรดเดอร์คงรู้กันดีว่าจุดเด่นหนึ่งของการเทรด Forex คือมันสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง หรือที่เราเรียกว่า Buy กับ Sell นั่นเอง ต่างจากการลงทุนในหุ้น และสินทรัพย์หลาย ๆ ประเภทที่ทำกำไรได้แค่ขาขึ้นเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาวะไหนคุณก็ทำไรจาก Forex ได้ อะไรที่ทำให้เป็นเช่นนั้นมาชมกัน

ต้องบอกว่ากลไกของการเทรด Forex ค่อนข้างแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่น ๆ เพราะสินทรัพย์ทั่วไปจะเอามูลค่าของสินทรัพย์อิงกับสกุลเงินสกุลใดสกุลหนึ่งเป็นหลัก เช่น หุ้น XXX เปิดขายโดยมีราคาต่อหุ้นอยู่ที่ 50 บาท ถ้าหุ้นขึ้น มูลค่าที่เป็นตัวเงินก็จะเพิ่มขึ้น ถ้าหุ้นตก มูลค่าที่เป็นตัวเงินจะลดลง และถ้าเจ๊งมูลค่าหุ้นก็จะเหลือศูนย์

ในขณะที่สิ่งที่เราเทรดกันในตลาด Forex นั้นคือ “คู่เงิน” หรือการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหนึ่งไปยังอีกสกุลหนึ่ง ราคาจึงขึ้นกับความต่างระหว่างสองสกุลเงิน เช่น คู่เงิน GBP/JPY จะเป็นการเปลี่ยนเงิน GBP (เงินปอนด์อังกฤษ) ไปเป็น JPY (เงินเยน) ซึ่งถ้า 1 ปอนด์ แลกได้147 เยน ตัวเลขก็จะเป็น 147 ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่มูลค่า แต่เป็นอัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝั่ง ดังนั้นตัวเลขนี้จึงสามารถทำกำไรได้ทั้งสองทาง

คือถ้าเราคิดว่าเงินปอนด์จะราคาสูงขึ้น ก็เอาเงินเยน 147 เยนไปซื้อ ต่อมาราคาปอนด์ขึ้นจริง ๆ โดย 1 ปอนด์แลกได้เป็น 150 เยน เราก็แลกเปลี่ยนกลับและได้กำไร 3 เยน แต่ถ้าเราคิดว่าเงินปอนด์จะราคาต่ำลง ก็เอาเงินปอนด์ไปซื้อเงินเยน 147 เยน เมื่อเงินปอนด์ราคาต่ำลง โดยซื้อได้ 140 เยน เราก็เอาเงินเยน แลกกลับเป็นเงินปอนด์ จะได้กำไร 7 เยน ถ้าใครเคยเล่นหุ้นจะพบว่าหลักการนี้ก็คล้ายๆ การขายชอร์ท (Short Selling) นั่นเอง แต่เนื่องจากในตลาด Forex ไม่มีการผูกติดกับทรัพย์สิน แต่ผูกกับสกุลเงินทั้งสองฝั่ง จึงซื้อขายกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นหุ้น การ Short selling ถ้าปิดออร์เดอร์ไม่ทันก็อาจสูญเงินได้ เพราะราคาหุ้นเหลือ 0

เรารู้แล้วว่าข้อดีของตลาด Forex คือมันทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง แต่ปัญหาคือกำไรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเดาทิศทางของค่าเงินได้ถูกต้องเท่านั้น ต้องรู้ว่าสกุลไหนจะขึ้น สกุลไหนจะลง ถ้าหากเดามั่ว ๆ เหมือนเล่นพนันก็ไม่มีทางได้กำไรหรอก ค่าเงินผันผวนมากแต่คุณจะพอจับทางได้ถ้าศึกษามันมากพอ รู้ว่าอะไรมีผลต่อค่าเงิน รู้ว่าต้องติดตามข่าวแบบไหน วิเคราะห์ได้ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ ค่าเงินจะไปทิศทางไหน สรุปคือคุณต้องฝึกฝนให้ชำนาญ

ถึงวันนั้นกำไรไม่ไกลเกินฝันแน่นอน ฟังดูอาจจะยาก แต่ WikiFX ขออาสาทำเรื่องนี้ให้ง่ายขึ้น โดยเราได้รวบรวมข้อมูลข่าวสาร ในวงการ Forex พร้อมให้บริการปฏิทินข่าว ที่จะทำให้คุณคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น ทั้งหมดนี้รอคุณอยู่แล้วในแอป WikiFX เทรดเดอร์ Forex ห้ามพลาด โหลดเลยตอนนี้ ฟรี!!!

ถ้าคุณคิดว่าการเลือกโบรกเกอร์ Forex มันยากไม่รู้จะเอาอะไรดี ลองมาดูการจัดอันดับโบรกเกอร์ Forex จาก WikiFX ไหม เราได้จัดอันดับโบรกเกอร์ดีและไม่ดี ให้คุณได้เลือกโบรกง่ายขึ้น ถ้าโบรกเกอร์คุณติดอันดับ 50 ขึ้นไปถือว่าสามารถสบายใจได้เลยว่าโบรกเกอร์ของคุณนั้นมาตรฐานดี ดาวน์โหลดแอพ WikiFX เลย!
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น