ทองคำดีดกลับหลังร่วง 5% ตลาดชั่งน้ำหนักสงครามอิหร่าน–ดอลลาร์แข็งค่า
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุปราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 5.08 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแย่เกินคาดแทบจะทุกรายการ
สรุปราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 5.08 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแย่เกินคาดแทบจะทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นยอดค้าปลีกที่ดิ่งลง 1.9% ในเดือนธ.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากม.ยมิชิแกนที่ปรับตัวลงเกินคาดสู่ระดับ 68.8 ในเดือนม.ค.แตะระดับต่ําสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 1 ทศวรรษ และการผลิตภาคอุตสาหกรรม ของสหรัฐที่ลดลง 0.1% ในเดือนธ.ศ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.2%

อย่างไรก็ดี ราคาทองคําปรับตัวขึ้นจากประเด็นดังกล่าวอย่างจํากัด ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคยังคงบ่งชี้ว่า แรงซื้อชะลอตัวลง จึงส่งผลให้เกิดแรงขายสลับออกมาเป็นระยะ นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.773% รวมถึงดัชนีดอลลาร์ที่พลิกกลับมาแข็งค่า เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่เกินคาดไม่เพียงพอที่จะขัดขวางแผนการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟต ประกอบกับเจ้าหน้าที่เฟต ยังคงออกมาแสดงความเห็นในเชิง Hawkish อาทิ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์กที่กล่าวในวันศุกร์ว่า เป็นเรื่อง “สมเหตุสมผล” ที่เฟดจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

ส่วนนางแมรี่ เดลี ประธานเฟดซานฟรานซิสโก กล่าวระหว่างการสัมภาษณ์ New York Times บน Twitter Spaces ว่า CoWID-19 เป็นสาเหตุหลักของอัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินไป และเฟดจําเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดอุปสงค์ให้สอดคล้องกับอุปทานที่ดึงตัวมากขึ้น นั่นส่งผลกดดันให้ราคาทองคําพักตัวลงปิดตลาดในแดนลบ ด้านกองทุน SFOR ถือครองทองไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ไม่มีการ | เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดทองคําสหรัฐจะปิดทําการในวัน Martin Luthier King
ราคาทองคำยังคงพยายามทรงตัวรักษาระดับไว้ระยะสั้นมีแนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,827-1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้จะเกิดแรงขายทำกำไรออกมา โดยแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ 1,808- 1,802 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,808-1,802
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,827-1,834
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,802

ถ้าคุณจะเทรดทองคำ หรือเทรด Forex คุณต้องเทรดผ่านโบรกเกอร์ Forex เท่านั้น ซึ่งในตลาดมีโบรกเกอร์ Forex มากมายแต่ 90% มีแต่โบรกเกอร์โกง ฉะนั้นแนะนำให้คุณดาวน์โหลดแอป WikiFX และใช้แอป WikiFX ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ Forex ก่อนที่เทรดดีกว่า ไม่งั้นอาจโดนโกงได้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำโลกพุ่งแรงอีกครั้ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จากการเผชิญหน้าระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) และโยกเงินสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่าทองคำสปอตพุ่งสูงสุดราว 1.8% แตะเกือบ 5,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ปรับขึ้นกว่า 3% แรงหนุนไม่ได้มาจากสงครามเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก การลดถือครองพันธบัตร และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทำให้ภาพระยะยาวยังเป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นความผันผวนจะสูงมาก สำหรับนักเทรด ควรเทรดตามโมเมนตัมอย่างมีวินัย กำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจน ลดขนาดสถานะ และติดตามข่าวควบคู่กราฟเทคนิค เพราะตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์สามารถกลับทิศได้รวดเร็ว ความเสี่ยงจึงสำคัญไม่แพ้โอกาส.

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแรงและกลับมายืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ จากแรงหนุนของดอลลาร์อ่อนค่าและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ตัวเลขจ้างงาน CPI และยอดค้าปลีก เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ตลาดคาดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยกลางปี ซึ่งช่วยหนุนทองคำ นอกจากนี้ อุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลกยังแข็งแกร่ง สะท้อนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว โดยแนวโน้มราคายังขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์ และนโยบายการเงินเป็นหลัก.