PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:เงินบาทเปิด 35.91 แนวโน้ม sideway ทางอ่อนค่า เกาะติดประชุม FED-BoE-BOJ สัปดาห์


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 35.91 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 35.78 บาท/ดอลลาร์
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตามการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด หรือช้ากว่าคาด ซึ่งกดดันทั้งราคาทองคำ และค่าเงินบาท
ในสัปดาห์นี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางหลักต่างๆ ทั้งการประชุม FOMC ของเฟด การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท อาจแกว่งตัว sideways แต่ยังเสี่ยงที่จะผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านได้ไม่ยาก (36.00 บาท/ดอลลาร์) หากตลาดยิ่งกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด และยังคงต้องระวังการปรับฐานต่อเนื่องของราคาทองคำ รวมถึงทิศทางสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่นที่อาจผันผวนอ่อนค่าได้
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 35.85-36.00 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
เงินเยนอยู่ที่ระดับ 149.11 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 148.70/74 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0888 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.0891/0895 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร 35.813 บาท/ดอลลาร์
นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่า ได้มีการพูดคุยกับรมช.คลังแล้ว และช่วงต้นสัปดาห์หน้า จะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติม แต่คงต้องมีการพูดคุยกับหลายฝ่ายก่อน โดยเฉพาะกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ก.ท่องเที่ยวเตรียมชง 5 ด้านดันไทยเป็นฮับ ชวนตามรอยซีรีส์ดัง-อาหารต้องชิม-เที่ยวสายมู 5 สถานที่ จัดอีเวนต์ระดับโลก ททท.โปรโมตคอนเสิร์ต‘อาลี จัสซิม’ดึงตลาดอินเดียเข้าไทย
มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.5 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 77.4 และลดลงจากระดับ 76.9 ในเดือนก.พ.
นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะแถลงมติการประชุมนโยบายการเงินในวันเดียวกันคือวันอังคารที่ 19 มี.ค. ส่วนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแถลงมติการประชุมในวันพุธที่ 20 มี.ค.ตามเวลาสหรัฐ และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดีที่ 21 มี.ค.
นักลงทุนรอฟังถ้อยแถลงของประธานเฟดในการประชุมเฟดสัปดาห์หน้าด้วย รวมทั้งการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 99.0% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และข้อมูลเบื้องต้นของ PMI สำหรับเดือน มี.ค. ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขอบคุณสำนักข่าวอินโฟเควสท์
.
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/wikifxranking.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น
ATFX
IC Markets Global
FOREX.com
FXTM
HFM
TMGM
ATFX
IC Markets Global
FOREX.com
FXTM
HFM
TMGM
ATFX
IC Markets Global
FOREX.com
FXTM
HFM
TMGM
ATFX
IC Markets Global
FOREX.com
FXTM
HFM
TMGM