PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:กลยุทธ์ที่นักเทรดมืออาชีพเลือกใช้ในการเทรดระยะสั้น หลักๆ มี 5 กลยุทธ์ 1.กลยุทธ์ Day Trading 2.กลยุทธ์ Algorithmic Trading 3. กลยุทธ์ Carry Trading 4. กลยุทธ์ Seasonal Trading 5. กลยุทธ์ Momentum Trading

การเทรด Forex ระยะสั้นเป็นกิจกรรมที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น ต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในตลาดนี้ การมีกลยุทธ์ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก มาดูกันว่านักเทรดมืออาชีพใช้กลยุทธ์อะไรบ้างในการเทรดระยะสั้น! ตามแอดเหยี่ยวมาเลยครับ
กลยุทธ์ที่นักเทรดมืออาชีพเลือกใช้ในการเทรดระยะสั้น หลักๆ มี 5 กลยุทธ์
1.กลยุทธ์ Day Trading
Day Trading เป็นรูปแบบการเทรดที่นักเทรดทำการซื้อ-ขายหลักทรัพย์หลายตัวภายในวันเดียว หรือที่เรียกว่าการเทรดแบบรายวัน นักเทรดรายวันส่วนใหญ่จะไม่ถือตำแหน่งข้ามคืน และมักนิยมใช้กราฟในกรอบเวลาที่สั้น เช่น กราฟ 4H, 1H, และ 30M แม้ว่าจะสามารถทำกำไรได้หลายครั้งภายในวันเดียว แต่กลยุทธ์นี้ต้องใช้การฝึกฝนและทักษะที่มีประสบการณ์มาก่อน หากเป็นเทรดเดอร์มือใหม่และยังไม่เคยฝึกฝนมาก่อน การใช้กลยุทธ์นี้อาจเสี่ยงต่อการขาดทุนได้
2.กลยุทธ์ Algorithmic Trading
กลยุทธ์การเทรดแบบ Algorithmic Trading เป็นวิธีที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการเทรด โดยเทรดเดอร์จะเขียนรหัสสั่งให้โปรแกรมทำงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเทรดที่กำหนดไว้ เทคนิคนี้ใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ตัวอัลกอริทึมจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องสแกน หาตลาดที่มีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้ เทรดเดอร์สามารถใช้โปรแกรมนี้ในการวิเคราะห์กราฟราคาในตลาดหรือหาปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งช่วยสร้างเทคนิคการเทรดที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาได้
3. กลยุทธ์ Carry Trading
การเทรดแบบ Carry Trading คือการขายชอร์ตสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำเงินมาลงทุนในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เรียกได้ว่าเป็นการขายแพงและซื้อถูก กลยุทธ์นี้ต้องอาศัยความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน เพื่อที่จะคำนวณต้นทุนและค่าเสียโอกาสที่เกี่ยวข้อง
4. กลยุทธ์ Seasonal Trading
Seasonal Trading หรือการเทรดตามฤดูกาล เป็นการเทรดโดยใช้ความเป็นไปได้ที่เทรนด์เดิมจะเกิดซ้ำในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี ตลาดมักมีพฤติกรรมประจำฤดูกาลที่สอดคล้องกับสภาพอากาศ เศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล เทรดเดอร์สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อเลือกช่วงเวลาและกลยุทธ์ที่เหมาะสม แต่ก็ต้องใช้อินดิเคเตอร์และเครื่องมืออื่น ๆ มาช่วยเสริมด้วย
5. กลยุทธ์ Momentum Trading
Momentum Trading เป็นกลยุทธ์การซื้อ-ขายสกุลเงินเมื่อราคามีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนและมีโมเมนตัมที่ดีในทิศทางเดียว โดยคาดว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะยังคงดำเนินต่อไป กลยุทธ์นี้เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากมีการใช้โปรแกรมอัลกอริทึมในการระบุสินทรัพย์ที่แสดงสัญญาณของความแข็งแกร่ง ทั้งในด้านขาขึ้น (upside) หรือขาลง (downside) เมื่อเทรดเดอร์เห็นทิศทางที่ชัดเจนและแข็งแกร่งมากขึ้น ก็จะเริ่มเทรด ซึ่งช่วยสร้างโมเมนตัมใหม่ ๆ ในตลาด
ขอบคุณข้อมูลจาก uhas
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น