PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ดัชนี PPI เป็นดัชนีตัวเลขของต้นทุนในการผลิตสินค้าจากฝั่งผู้ผลิต ส่วนดัชนี CPI เป็นดัชนีตัวเลขต้นทุนในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคซึ่งดัชนีทั้งสองสามารถใช้ในการวัดอัตราเงินเฟ้อ และภาวะเงินฝืดได้เหมือนกัน

วันนี้จะมีข่าว PPI ใช่ไหม แอดเหยี่ยวจึงอยากจะแชร์ความเหมือนที่แตกต่างกัน ระหว่าง PPI และ CPI เพราะนักเทรดเคยลองสังเกตุกันไหมครับว่า สองตัวเลขนี้มักจะออกมาพร้อมๆกันเสมอ บางครั้งPPI ออกก่อน หรือบางครั้ง CPI ก็จะออกก่อน เป็นสองตัวเลขที่ไม่เคยพรากจากกัน แน่นอนว่าสองตัวเลขนี้มีความแตกต่างกัน แล้วอะไรคือความเหมือน บทความนี้มีคำตอบ แต่แอดเหยี่ยวจะขอเจาะลึกไปที่ PPI เพราะวันนี้เป็นวันของเขา
มาทำความรู้จักตัวเลข PPI
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เป็นดัชนีราคาที่คำนวณขึ้นเพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าโดยเฉลี่ยที่ผู้ผลิตได้รับในช่วงเวลาหนึ่ง เปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่เป็นปีฐาน หรือกล่าวได้ว่า ใช้วัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่งผู้ผลิต ดัชนี PPI ที่ไม่รวมอาหารและพลังงานจะเรียกว่า Core PPI ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเนื่องจากมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ
PPI คำนวณอย่างไร ?
การคำนวณดัชนี PPI สามารถคำนวณได้ด้วยสูตรนี้ครับ
P1 แทนด้วย ราคาเฉลี่ยของสินค้าในเดือนปัจจุบัน
P0 แทนด้วย ราคาเฉลี่ยของสินค้าในปีฐาน
Q แทนด้วย ปริมาณสินค้าในแต่ละปีฐาน หรือใช้สูตรอย่างง่ายในกรณีที่ไม่มีการคำนวณปริมาณสินค้า
PPI = (ราคาปีปัจจุบัน ÷ ราคาปีอ้างอิง) x 100PPI และ CPI แตกต่างกันอย่างไร?
ดัชนี PPI เป็นดัชนีตัวเลขของต้นทุนในการผลิตสินค้าจากฝั่งผู้ผลิต ส่วนดัชนี CPI เป็นดัชนีตัวเลขต้นทุนในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคซึ่งดัชนีทั้งสองสามารถใช้ในการวัดอัตราเงินเฟ้อ และภาวะเงินฝืดได้เหมือนกันครับ

PPI มีผลกับตลาดอย่างไร?
ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI สูง หมายถึง แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวขึ้น ซึ่งทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น ทำให้ “เงินแข็งค่าขึ้น” ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนคู่เงินในตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีและมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น
ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ลดลง หมายถึง แนวโน้มเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ความน่าสนใจในการลงทุนลดลงทำให้ธนาคารกลางมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ “เงินอ่อนค่าลง” ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนคู่เงินในตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ลดลง
แต่ CPI ไม่ได้ปรับตัวเพิ่มหรือลดลงตาม PPI ทุกครั้ง และทั้งสองตัวเลขอาจจะขัดแย้งกันได้ เนื่องจากขอบเขตของ PPI กับ CPI ไม่ได้ครอบคลุมเป็น 1:1 กันทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ค่าเช่าบ้านหรือภาษีที่รวมอยู่ในการคิด CPI ไม่ถูกนำมาคิดในการคำนวณ PPI เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิต
ขอบคุณข้อมูลจาก ilearnalot และ Thaiforexreview
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น