PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:5 วิธีบริหารความเสี่ยงในการเทรด Forex

หนึ่งในวิธีการรอดจากการโดนล้างพอร์ต คือการบริหารความเสี่ยงแต่ถ้ากลัวจะยากไป วันนี้แอดเหยี่ยวมี 5 วิธีบริหารความเสี่ยงแบบเข้าใจง่ายๆ มาฝากกันในบทความนี้ เพื่อเพิ่มโอกาศในการอยู่ในตลาด Forex ที่มีความผันผวนเป็นอย่างมากนี้ไปนานๆ แล้ว 5วิธีนี้จะมีอะไรบ้างตามแอดเหยี่ยวมาเลยครับ
1.เรียนรู้หลักการ ‘การทำงานของตลาด Forex’
ก่อนที่จะจัดการเรื่องใด ๆ เทรดเดอร์จำเป็นต้องเข้าใจหลักการทำงานของตลาดก่อน เพื่อให้สามารถอยู่รอดในตลาดได้อย่างมั่นคง ควรพิจารณาว่าจะใช้กลยุทธ์ใดในการเทรด ต้องการลงทุนในระยะสั้นหรือระยะยาว และจะใช้เครื่องมือหรืออินดิเคเตอร์ใดเป็นตัวช่วย สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้พื้นฐานของ Forex โดยทำความเข้าใจหลักการทำงานของตลาดการเงิน ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการความเสี่ยงในการเทรด Forex ได้ดียิ่งขึ้น

2.การควบคุมการสูญเสีย
การเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควร Cut loss หรือขายตัดขาดทุน รวมถึงการวาง Stop Loss ทุกครั้งที่เทรด เป็นวิธีจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะมือใหม่ มักอดทนต่อการขาดทุนได้เพราะมีความหวังว่าราคาจะกลับขึ้นหรือลงมาตามที่ต้องการ บางรายถึงกับยอมเปลี่ยนจุดหรือเลื่อน Stop Loss ให้สูงขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อได้กำไรกลับรีบออกจากออเดอร์แม้ยังไม่ถึงจุด Take Profit ที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เป็นเรื่องของจิตวิทยาการเทรดด้วย
3.เลเวอเรจเป็นเรื่องสำคัญ
เลเวอเรจอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำกำไรในตลาดที่มีความเสี่ยง แม้จะมีเงินฝากเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำกำไรได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อเสียที่เทรดเดอร์ควรระวังคือความเสี่ยงในการขาดทุน ดังนั้น เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงที่หลากหลายเพื่อปรับใช้ให้เหมาะกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน เนื่องจากเลเวอเรจทำให้นักเทรดมีอำนาจในการซื้อขายมากขึ้น อาจทำให้นักเทรดเข้าออเดอร์ซื้อขายมากเกินไป สมมุติว่านักเทรดควรเทรดแค่ 5 ออเดอร์ แต่เมื่อใช้เลเวอเรจสูง จะทำให้นักเทรดเพิ่มเป็น 10 ออเดอร์ และเมื่อนักเทรดใช้อารมณ์ในการเทรด ความเสี่ยงที่จะล้างพอร์ตก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
4.คำนวณอัตราความเสี่ยงและผลตอบแทน
วิธีสำคัญในการจัดการความเสี่ยงในการขาดทุนคือการตั้งอัตราความเสี่ยงและผลตอบแทน หรือ Risk-reward ratio ที่เหมาะสม เป็นเรื่องธรรมดาที่บางครั้งนักเทรดอาจเทรดขาดทุน เพราะไม่มีนักลงทุนคนใดไม่เคยขาดทุนจริงไหมครับ? แต่คำถามสำคัญที่นักเทรดควรถามตัวเองคือ นักเทรดสามารถขาดทุนได้มากเท่าไหร่? และการลงทุนนั้นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากแค่ไหนในระยะยาว? ดังนั้น การคำนวณ risk-reward ratio จะมีประโยชน์สำหรับการพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุนนั่นเอง

5.ลดความเสี่ยงด้วยการเทรดกับโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต
การเทรด Forex กับโบรกเกอร์เถื่อนเป็นหนทางที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาตอาจไม่ได้ส่งเงินของเทรดเดอร์เข้าสู่ตลาด Forex จริง ๆ พวกเขาสามารถปลอมแปลงกราฟและทำทุกวิถีทางเพื่อให้นักเทรดขาดทุนแล้วเชิดเงินหนีไป หากต้องการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้และมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่ถูกต้อง เพราะใบอนุญาตเหล่านี้จะเป็นการรับประกันความปลอดภัยในการลงทุนของนักเทรด อย่างที่เรารู้กันนักเทรดสามารถตรวจสอบใบอนุญาต และข้อมูลอื่นๆของโบรกเกอร์ ได้ผ่านเว็บเว็บไซต์ หรือแอป WikiFX
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น
GO Markets
TMGM
D prime
FXTM
Exness
STARTRADER
GO Markets
TMGM
D prime
FXTM
Exness
STARTRADER
GO Markets
TMGM
D prime
FXTM
Exness
STARTRADER
GO Markets
TMGM
D prime
FXTM
Exness
STARTRADER