เห็นโปรแรง แต่อย่าเพิ่งรีบ! EterWealth ดีไหมในปี 2026
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (5 ส.ค.) หลังจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 0.50% ในการประชุมเดือนก.ย. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.5% แตะที่ระดับ 102.689
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 143.51 เยน จากระดับ 146.49 เยนในวันศุกร์ (2 ส.ค.) นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8507 ฟรังก์ จากระดับ 0.8590 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3832 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3869 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0951 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0913 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2757 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2806 ดอลลาร์
สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด และอัตราว่างงานที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
นักลงทุนมองว่าความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐเกิดจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไป โดยล่าช้ากว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้ ขณะที่เฟดยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 23 ปี
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 86% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 14% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันดังกล่าว
เงินเยนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.25% นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยังคงแสดงความเห็นเชิงรุกเกี่ยวกับนโยบายการเงินในระหว่างการแถลงข่าวภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยกล่าวว่า “หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีความเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของ BOJ เราก็จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป”
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.4 ในเดือนก.ค. โดยฟื้นตัวขึ้นจากระดับ 48.8 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 51.0 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน
ขอบคุณสำนักข่าวอินโฟเควสท์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายว่าอาชีพเทรดเดอร์ในตลาด ไม่ได้มีเพียงการกดซื้อขาย แต่เป็นกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์แนวโน้ม ติดตามข่าวเศรษฐกิจ วางแผนบริหารความเสี่ยง ควบคุมอารมณ์ระหว่างถือออเดอร์ ไปจนถึงการบันทึกและทบทวนผลผ่าน Trading Journal สะท้อนว่าความสำเร็จระยะยาวเกิดจากวินัย แผนการที่ชัดเจน และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการคาดเดาทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว

บทความนี้อธิบายบทบาทของ Federal Reserve (Fed) ธนาคารกลางสหรัฐ ผู้กำหนดนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมีอิทธิพลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์และความผันผวนใน Foreign exchange market โดยการตัดสินใจผ่าน Federal Open Market Committee (FOMC) สามารถทำให้ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์แตกต่างจากที่คาดการณ์ ดังนั้น การเข้าใจกลไกดอกเบี้ยและแนวโน้มนโยบายของ Fed จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนเทรดและบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ

บทความนี้วิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่าง United States, Israel และ Iran ต่อ ตลาด Foreign exchange market โดยชี้ให้เห็นว่าสงครามเป็นตัวเร่งความผันผวนที่ส่งผลต่อการไหลของเงินทุนทั่วโลก ค่าเงินสกุลปลอดภัยอย่าง United States dollar, Swiss franc และ Japanese yen มักแข็งค่าขึ้น ขณะที่ประเทศที่เกี่ยวข้องหรือพึ่งพาพลังงานอาจเผชิญแรงกดดัน พร้อมยกบทเรียนจากสงครามระหว่าง Russia และ Ukraine เพื่อสะท้อนว่าสงครามสามารถเปลี่ยนสมดุลค่าเงินได้ในเวลาอันสั้น บทสรุปเน้นย้ำว่า แม้ความผันผวนจะสร้างโอกาสทำกำไร แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักเทรดคือการบริหารความเสี่ยง วินัย และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดในช่วงตลาดไม่แน่นอน.