PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 ที่ตลาด Forex ยังคงผันผวนและเต็มไปด้วยโอกาส หนังสือคืออาวุธลับที่นักเทรดไม่ควรมองข้าม แอดเหยี่ยวได้คัดสรร 5 หนังสือสำคัญที่ครอบคลุมทั้งกลยุทธ์การเทรด จิตวิทยา และการจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น The New Trading for a Living, Trading in the Zone หรือ The Art of Currency Trading แต่ละเล่มล้วนให้มุมมองลึกซึ้งและประสบการณ์จริง เพื่อให้นักเทรดพัฒนาตัวเองอย่างเป็นระบบและยืนระยะในตลาดได้อย่างยั่งยืน

ครึ่งปีแรกของ 2025 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลาด Forex ยังคงเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายเหมือนเช่นเคย แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ “การพัฒนาตัวเอง” ผ่านการอ่านและศึกษาอย่างสม่ำเสมอ
แอดเหยี่ยวได้คัดหนังสือที่เหมาะกับนักเทรดในครึ่งปีหลังนี้มาให้ทั้งหมด 5 เล่มด้วยกัน โดยเน้นไปที่หนังสือที่ทันสมัย ใช้ได้จริง และเสริมแนวคิดด้านกลยุทธ์ จิตวิทยาการเทรด และการจัดการความเสี่ยงได้อย่างรอบด้าน
The New Trading for a Living – Dr. Alexander Elder

หนึ่งในหนังสือที่แอดเหยี่ยวอยากให้ทุกนักเทรดมีไว้ในคลัง หนังสือเล่มนี้เป็นเวอร์ชันอัปเดตของคลาสสิกระดับตำนาน ว่าด้วยหลักการ 3 เสาหลักของการเทรด ได้แก่ จิตวิทยา การวิเคราะห์ทางเทคนิค และการบริหารความเสี่ยง เรียบเรียงเนื้อหาได้ชัดเจน เหมาะกับทั้งนักเทรดมือใหม่และมือเก๋า
Currency Trading for Dummies – Kathleen Brooks & Brian Dolan

อย่าปล่อยให้ชื่อหนังสือหลอก เพราะเนื้อหาภายในอัดแน่นมากสำหรับการเข้าใจตลาด Forex อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการรากฐานแน่นๆ เข้าใจกลไกของตลาด ค่าเงิน การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน และการวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ
Trading in the Zone – Mark Douglas

จิตวิทยาคือหัวใจของการเทรด หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนความคิดนักเทรดที่ยังติดกับดักอารมณ์ มาเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจอย่างมีระบบ ช่วยลดความกลัว ความโลภ และความลังเลได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นเล่มที่อ่านแล้วต้อง “คิด” และ “ปรับ” การเทรดของตัวเอง
The Art of Currency Trading – Brent Donnelly

เล่มนี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการยกระดับแนวคิดจาก “นักเล่น” สู่ “มืออาชีพ” Brent Donnelly คือเทรดเดอร์จากแบงก์ใหญ่ที่แชร์ประสบการณ์การเทรดจริงในตลาดระดับสถาบัน หนังสือเล่มนี้ให้ทั้งกลยุทธ์ แนวคิดการวิเคราะห์แบบมืออาชีพ และมุมมองที่นักเทรดรายย่อยควรเรียนรู้
Technical Analysis Using Multiple Timeframes – Brian Shannon

สำหรับนักเทรดสายเทคนิค เล่มนี้คือเครื่องมือทรงพลัง Shannon พาเจาะลึกการอ่านกราฟแบบ Multi-Timeframe เพื่อหาจังหวะเข้า–ออกตลาดที่แม่นยำขึ้น ช่วยให้นักเทรดมองตลาดได้เป็นระบบมากขึ้น ไม่หลงกับสัญญาณเทียมที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
.
หนังสือทั้ง 5 เล่มนี้ไม่ใช่แค่ “ดี” แต่คือ “ต้องอ่าน” สำหรับนักเทรดที่ต้องการยืนระยะในตลาด Forex แอดเหยี่ยวแนะนำให้เลือกอ่านให้จบอย่างน้อย 2–3 เล่มภายในครึ่งปีนี้ และที่สำคัญ ไม่ใช่แค่อ่านแล้วจบ แต่ต้อง “นำไปปรับใช้” กับระบบเทรดของตัวเองอย่างจริงจัง
เพราะในการเทรด ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดที่อยู่รอด แต่เป็นคนที่ “เรียนรู้เร็วและปรับตัวเก่ง” ต่างหากที่ชนะ
แล้วนักเทรดล่ะ…จะเริ่มอ่านเล่มไหนก่อน?
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น
GTCFX
VT Markets
OANDA
EC markets
octa
D prime
GTCFX
VT Markets
OANDA
EC markets
octa
D prime
GTCFX
VT Markets
OANDA
EC markets
octa
D prime
GTCFX
VT Markets
OANDA
EC markets
octa
D prime