PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทความนี้สำรวจบทเรียนจากเทรดเดอร์ชื่อดังในอดีตที่ล้มเหลวเมื่อเผชิญ "ตลาดหมี" หลังประสบความสำเร็จใน "ตลาดกระทิง" ไม่ว่าจะเป็น Jesse Livermore, Brian Hunter หรือเทรดเดอร์ยุคคริปโต จุดร่วมคือความมั่นใจเกินตัว และการไม่จัดการความเสี่ยง บทเรียนสำคัญคือ การอยู่รอดในตลาดขาลงสำคัญกว่าการทำกำไรในช่วงขาขึ้น เพราะสุดท้ายเราไม่สามารถควบคุมตลาดได้ แต่ควบคุมตัวเองได้เสมอ.

ตลาดหมี ตลาดกระทิง ไม่ได้เป็นแค่คำอุปมาในตลาดการเงิน แต่มันคือบททดสอบทางจิตวิทยาของเทรดเดอร์ทุกคน ความมั่นใจมากเกินไปในช่วงตลาดขาขึ้น มักถูกลงโทษอย่างหนักเมื่อวัฏจักรตลาดเปลี่ยนทิศทาง
ตลอดประวัติศาสตร์การเทรด มีนักลงทุนและเทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยที่เคยสร้างกำไรมหาศาลในช่วง ตลาดกระทิง แต่พอเข้าสู่ ตลาดหมี กลับล้มไม่เป็นท่า ทั้งจากความประมาท มองข้ามความเสี่ยง หรือแม้แต่เชื่อว่าตัวเอง “คุมตลาดได้”
แอดเหยี่ยวจะพาไปดู 3 เคสจริง ที่ทุกคนควรเรียนรู้ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความมั่นใจที่เกินตัว
ชื่อของ Jesse Livermore มักถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเทรดที่เก่งที่สุดในศตวรรษที่ 20 เขาคือคนที่ทำกำไรจาก ตลาดหมี ในวิกฤตปี 1929 ได้อย่างมหาศาล ด้วยการชอร์ตหุ้นก่อนที่ตลาดจะพัง
แต่แม้จะเคยทำกำไรระดับตำนาน Livermore ก็พลาดเช่นกัน เมื่อเข้าสู่ ตลาดกระทิง เขาเริ่มลงทุนแบบเสี่ยงมากขึ้น กลับไม่ยอมฟังสัญญาณของตลาด และเชื่อมั่นใน “สัญชาตญาณ” มากกว่าวินัย สุดท้ายเขาล้มละลายหลายครั้ง และเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า
บทเรียน: ต่อให้เคยชนะตลาดหมี ตลาดกระทิงก็อันตรายไม่แพ้กัน ถ้าไม่เคารพกฎของตนเอง
Brian Hunter คือเทรดเดอร์ผู้เคยทำกำไรนับพันล้านดอลลาร์จากการเทรดก๊าซธรรมชาติให้กับกองทุน Amaranth Advisors ในช่วง ตลาดกระทิงพลังงาน ช่วงปี 2005-2006
แต่พอเข้าสู่ปี 2006 ราคาเริ่มกลับทิศ และตลาดหมีเริ่มฉุดราคาลงอย่างรวดเร็ว Hunter ยัง “ถัวเฉลี่ย” ความเชื่อของตัวเองเพิ่มขึ้น จนสุดท้าย Amaranth สูญเงินกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ และปิดกิจการภายในเวลาไม่กี่วัน
บทเรียน: ตลาดหมีไม่ปรานีใคร ยิ่งคุณคิดว่ารู้ทางมันดีแล้ว มันจะยิ่งทำให้คุณเจ็บ
ในช่วงปี 2020-2021 ตลาดคริปโตอยู่ในช่วง กระทิงสุดขีด หลายคนสร้างกำไรมหาศาลจากเหรียญเล็ก ๆ โดยไม่เคยเจอกับภาวะตลาดหมีจริง ๆ มาก่อน
หนึ่งในตัวอย่างคือกลุ่มนักเทรดที่เทรด Leveraged Token หรือ Margin แบบไม่จำกัด กลายเป็นว่าพอ Bitcoin ปรับฐาน ตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะหมีในปี 2022 หลายคนพอร์ตพัง ถอนทุนไม่ทัน เพราะไม่เข้าใจการจัดการความเสี่ยง และมั่นใจว่าตลาดจะ “เด้งกลับ” เสมอ
บทเรียน: เทรดเดอร์รุ่นใหม่มักประมาทตลาดหมี เพราะไม่เคยเจอมันมาก่อน อย่าให้กำไรในตลาดกระทิง หลอกว่าคุณ “เก่งแล้ว”
ตลาดกระทิง มักให้ความหวัง ว่าจะรวยได้ง่าย แต่ ตลาดหมี จะเป็นบททดสอบจริง ว่าคุณมีวินัย มีแผนรับมือหรือไม่
ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์ Forex, หุ้น, หรือคริปโต สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “เข้าไม้สวย” ในตลาดขาขึ้น แต่คือ “อยู่รอด” เมื่อทุกอย่างกลับทิศ อย่าลืมว่า ไม่มีใครคุมตลาดได้ แต่เราคุมตัวเองได้เสมอ
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น