PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:Lot Forex คือหน่วยวัดขนาดการซื้อขายที่สำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง เทรดเดอร์มือใหม่มักมองข้าม ทำให้พอร์ตเสี่ยงพังได้ง่าย บทความนี้อธิบายความหมายของ Lot, วิธีคำนวณขนาด Lot อย่างถูกต้อง และเหตุผลที่เทรดเดอร์ระดับโลกให้ความสำคัญกับการควบคุม Lot Size อย่างเข้มงวด เพื่อให้การเทรดมีวินัยและอยู่รอดในตลาดได้อย่างยั่งยืน

เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนพลาดตั้งแต่ก้าวแรก เพราะมองข้ามคำว่า “Lot” เรื่องเล็กที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ในความจริงแล้ว Lot Forex คือหัวใจของการจัดการความเสี่ยง ถ้าไม่เข้าใจว่า “วิธีคำนวณ Lot Size” ที่ถูกต้องควรเป็นแบบไหน เปิดออเดอร์ครั้งเดียวอาจพอร์ตพังได้
บทความนี้แอดเหยี่ยวจะพาไปเจาะลึกว่าทำไมเทรดเดอร์ระดับโลกถึงไม่เคยมองข้าม Lot และคุณควรเริ่มจากตรงไหนเพื่อเทรดอย่างอยู่รอด
ในตลาด Forex “Lot” คือหน่วยวัดปริมาณการซื้อขายที่ใช้แทนจำนวนสกุลเงินในแต่ละออเดอร์ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ขนาดมาตรฐาน ได้แก่:
ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรด EUR/USD ที่ 1 Standard Lot หมายถึงการซื้อขาย 100,000 หน่วยของ EUR ซึ่งมีความเคลื่อนไหวสูงมากและมีผลต่อพอร์ตโดยตรง
การตั้ง Lot Size เป็นการกำหนดความเสี่ยงก่อนการเข้าออเดอร์ ถ้าเปิด Lot ใหญ่เกินไปแม้จะกำไรเร็ว แต่ความเสี่ยงที่จะล้างพอร์ตก็สูงเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม หากเปิด Lot เล็กเกินไปอาจไม่คุ้มค่าต่อเวลาที่ใช้ไป
Lot Size จึงเปรียบเหมือนคันเร่งของรถ ที่เทรดเดอร์มือโปรเลือกปรับอย่างมีสติ ไม่ใช่เร่งเต็มสปีดโดยไม่ดูสภาพถนน
เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้สูตรพื้นฐานดังนี้:
Lot Size = เงินที่ยอมขาดทุน / (จำนวน Pip ของ Stop Loss × มูลค่า Pip ต่อ Lot)
ตัวอย่างสมมุติคุณมีทุน $1,000 และยอมขาดทุนได้ 2% ต่อเทรด (เท่ากับ $20) หาก Stop Loss อยู่ที่ 40 pip และค่า pip ของ 1 lot คือ $10การคำนวณจะเป็น: Lot Size = 20 / (40 × 10) = 0.05 lot
การคำนวณเช่นนี้ช่วยให้คุณเทรดอย่างมีวินัย และไม่ให้ความโลภเข้าครอบงำ
ชื่อเสียงของเทรดเดอร์ระดับโลกหลายคนไม่ได้มาจากความสามารถในการทำนายตลาดอย่างแม่นยำ แต่เกิดจากการควบคุมความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม และการบริหารขนาด Lot อย่างมีระบบ
Paul Tudor Jones – นักลงทุนชื่อดังระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า“ขนาด Position สำคัญกว่าจุดเข้า”
Bill Lipschutz – เทรดเดอร์ระดับตำนานจาก Salomon Brothers ทำกำไรจากตลาด Forex หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเน้นเสมอว่า “อย่าเปิด Position ใหญ่เกินกว่าที่คุณจะเข้าใจหรือรับมือได้” ทั้งสองคนนี้คือหลักฐานว่า Lot ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นรากฐานของความอยู่รอดในตลาด
Lot คือหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดควรเข้าใจให้ลึก ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือการวางแผนชีวิตในสนามเทรด มันอาจเป็นจุดต่างระหว่างการอยู่รอดหรือสูญเสียทั้งหมด
เทรดเดอร์มือใหม่อาจมองว่าเรื่องนี้ซับซ้อน แต่สำหรับมืออาชีพแล้ว “การคำนวณ Lot Size” ที่เหมาะสมคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเทรดทุกครั้ง หากคุณต้องการอยู่ในตลาดให้ได้นานกว่า 3 เดือน
เริ่มต้นได้เลยจากการถามตัวเองทุกครั้งก่อนกดออเดอร์ว่า “ขนาด Lot ที่ฉันเปิดในไม้ต่อไปนี้… เหมาะสมกับแผนของฉันหรือยัง?”
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น