PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:Standard Chartered คาดว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยแรงถึง 0.50% ในการประชุมเดือนกันยายน หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมอ่อนแรงและอัตราว่างงานพุ่งแตะ 4.3% สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินใหญ่หลายแห่งยังเห็นต่าง โดยส่วนใหญ่ประเมินว่า Fed จะลดเพียง 0.25% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาดที่ให้น้ำหนักถึง 90%

ธนาคาร Standard Chartered ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยเชื่อว่าในการประชุม FOMC เดือนกันยายนนี้ Fed อาจตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 0.50% หรือ 50 basis points ซึ่งมากกว่าที่เคยประเมินไว้เพียง 0.25% หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก
ตลาดแรงงานสะดุด – ว่างงานแตะ 4.3% สูงสุดในรอบ 4 ปี
รายงานเมื่อวันศุกร์ชี้ให้เห็นว่า การจ้างงานในสหรัฐฯ ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนในเดือนสิงหาคม ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นสู่ระดับ 4.3% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี สะท้อนว่าความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานกำลังอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว
Standard Chartered ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เปลี่ยนจาก “แข็งแกร่งเป็นอ่อนแอ” ในระยะเวลาไม่ถึง 6 สัปดาห์ และข้อมูลล่าสุดได้เปิดทางให้ Fed ต้องเร่งปรับนโยบายการเงินตามสถานการณ์ ด้วยการลดดอกเบี้ยแบบ “ตามให้ทัน” ที่ 0.50% คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
สถาบันการเงินอื่นยังมองต่าง – เสียงแตกเรื่องขนาดการลดดอกเบี้ย
แม้ Standard Chartered จะมองว่าการลดดอกเบี้ยแรงมีความเป็นไปได้ แต่สถาบันการเงินรายใหญ่อื่นยังคงประเมินแตกต่างกันออกไป
ตลาดให้น้ำหนัก “ลด 0.25%” มากกว่า
อย่างไรก็ตาม หากมองไปที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool นักลงทุนในตลาดการเงินยังคงให้น้ำหนักสูงถึง 90% ว่า Fed จะเลือกลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในการประชุมสัปดาห์หน้า ขณะที่โอกาสในการลดแรงถึง 0.50% อยู่ที่เพียง 10% เท่านั้น
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น