PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:รายงานการประชุมเดือนกันยายนของเฟดชี้ว่า ธนาคารกลางเริ่มเอนเอียงไปทางผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแรง และเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนุ่มนวล FOMC มีมติปรับลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00–4.25% พร้อมส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ แม้เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ส่งผลให้ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า ขณะที่ทองคำและคู่เงินหลักอาจได้รับแรงหนุน นักลงทุน Forex ควรจับตานโยบายเฟดเพื่อวางกลยุทธ์รับมือความผันผวน

รายงานการประชุมเดือนกันยายนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เผยให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า “เฟดกำลังเอนเอียงไปทางผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น” หลังคณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าความเสี่ยงต่อภาวะตลาดแรงงานที่ชะลอตัวเริ่มรุนแรงขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่ละสายตาจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวเหนือเป้าหมาย
กรรมการเฟดส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า ถึงเวลา “ปรับกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate)” สู่ระดับที่เป็นกลางมากขึ้น หลังต้นทุนการกู้ยืมเริ่มส่งผลกระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจและการจ้างงาน
ผลการประชุม FOMC มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง ให้ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.00–4.25% โดยมีเพียง สตีเฟน มิแรน (Stephen Miran) ผู้ว่าการเฟดคนใหม่ที่โหวตเห็นควรลดแรงกว่านั้นถึง 0.50%
แม้จะไม่มีการระบุชัดว่าจะลดอีกเมื่อใด แต่เฟดส่งสัญญาณใน “Dot Plot” ว่ามีแนวโน้มจะ ลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง (ครั้งละ 0.25%) ภายในสิ้นปีนี้
แม้ตลาดแรงงานเริ่มชะลอ แต่ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่หายไป เฟดคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ (Core PCE) ปี 2568–2570 ไว้ที่
ตัวเลขเหล่านี้ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่เฟดต้องการ ซึ่งสะท้อนว่าการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องอาจมี “ขอบเขตจำกัด” หากแรงกดดันราคายังไม่ลดลง
เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2568 ขึ้นเป็น 1.6% จากเดิม 1.4% และคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.6–1.9% ต่อปีในระยะกลาง ขณะที่อัตราว่างงานคาดว่าจะอยู่ราว 4.3–4.5% ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในโหมด “ชะลอตัวแบบนุ่มนวล (Soft Landing)”
มุมมองจาก “แอดเหยี่ยว”: สัญญาณชัด — ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนต่อ
สำหรับนักเทรด Forex และทองคำ สัญญาณจากเฟดรอบนี้คือ “ขาลงของดอกเบี้ยยังไม่จบ”
นั่นหมายความว่าแรงกดดันต่อ ดอลลาร์ (USD) จะยังคงอยู่ ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงและทองคำอาจได้รับแรงหนุนระยะสั้น
แอดเหยี่ยวอยากฝากไว้ว่า “อย่ามองการลดดอกเบี้ยว่าเป็นเรื่องดีเสมอไป — สำหรับนักเทรดที่เข้าใจรอบวัฏจักรเงิน เฟดกำลังเปิดประตูให้โอกาสใหม่เกิดขึ้นในทุกคู่เงิน”
ในช่วงปลายปี 2025 ตลาด Forex จะยังเต็มไปด้วยความผันผวนจากนโยบายเฟด แต่สำหรับคนที่เข้าใจ “จังหวะของเงิน” นี่คือช่วงเวลาทองของการเทรดจริง ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวอินโฟเควสท์
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น