PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:เกิดเหตุสะเทือนวงการลงทุน เมื่อกลุ่มนักเทรดไทยร้องเรียนต่อ ตำรวจไซเบอร์ สอท.1 หลังถูกหลอกให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Copy Trade ตามคำแนะนำของโค้ชชื่อดัง สูญเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยโค้ชอ้างการันตีกำไรวันละ 5% แต่ภายหลังกลับหายตัวไปพร้อมพอร์ตที่แตกทั้งหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นการ ฉ้อโกงทางการเงินหรือความเสี่ยงจากการลงทุนจริง ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังบริการที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง และลงทุนบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและความรอบคอบ.

เกิดเรื่องช็อกวงการลงทุนอีกครั้งสำหรับนักเทรดชาวไทย เมื่อกลุ่มนักลงทุนหลายรายร้องเรียนต่อ ตำรวจไซเบอร์ สอท.1 ให้ตรวจสอบโค้ชสอน Copy Trade ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง หลังพบว่าการลงทุนตามคำแนะนำของโค้ชกลับส่งผลให้ขาดทุนหนักถึงกว่า 10 ล้านบาท
นักลงทุนกลุ่มหนึ่งเปิดเผยว่า พวกเขาเริ่มลงทุนตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยโอนเงินเข้าไปในแพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมาย เพื่อทำการ Copy Trade ตามกลยุทธ์ของโค้ชที่โฆษณาว่าจะทำกำไร วันละ 5% และมีความเสี่ยงต่ำ พร้อมการันตีว่าไม่ขาดทุนเกิน 20%
ช่วงแรก โค้ชทำกำไรได้จริง ทำให้นักลงทุนมั่นใจ แต่วันสุดท้ายก่อนที่โค้ชจะติดต่อไม่ได้ กลับอ้างว่าสถานการณ์การเงินมีความผันผวน และแจ้งว่า พอร์ตแตก ทำให้ไม่มีนักลงทุนคนใดได้เงินคืน
ตัวแทนนักลงทุนรายหนึ่งระบุว่า เฉพาะตัวเขาเสียเงินไปกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่ผู้เสียหายคนอื่น ๆ มีตั้งแต่ 10,000 บาท ไปจนถึงล้านกว่าบาท

ตามรายงานของ Thai PBS และข้อมูลจาก สื่อออนไลน์อื่น ๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินและพฤติกรรมของโค้ช เพื่อหาว่ากรณีนี้เป็นการ ฉ้อโกง (Scam) หรือเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนจริงกับโค้ชตัวจริง ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้แน่นอน

นักวิเคราะห์เตือนว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เพราะหลายครั้งการชักชวนนักลงทุนให้ Copy Trade พร้อมคำรับประกันผลกำไร มักถูกตรวจสอบว่ามีลักษณะ หลอกลวงทางการเงิน ตามที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ
เจ้าหน้าที่จึงขอเตือนนักลงทุนให้ ระมัดระวัง การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลและบริการ Copy Trade ที่อ้างผลกำไรสูง เพราะปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยและ กลต. ยังไม่อนุญาตให้ลงทุนในสกุลเงินเหล่านี้อย่างเป็นทางการ
เรื่องนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุนทุกคนว่า แม้โลกออนไลน์จะดูน่าดึงดูด แต่ ความเสี่ยงสูงยังคงอยู่ทุกวินาที การตัดสินใจลงทุนต้องตั้งอยู่บนข้อมูลจริงและความรอบคอบสูงสุด
ขอบคุณข้อมูลจาก สถานีประชาชน ไทยพีบีเอส
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น