ทองคำดีดกลับหลังร่วง 5% ตลาดชั่งน้ำหนักสงครามอิหร่าน–ดอลลาร์แข็งค่า
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเผชิญแฟลชแครชครั้งใหญ่ เมื่อราคาทองคำและโลหะเงินร่วงรุนแรงภายในไม่ถึง 30 นาที สูญมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ แรงขายลุกลามไปยัง Bitcoin หุ้น และคริปโต สะท้อนภาวะสภาพคล่องที่หายไปพร้อมกันทั่วตลาด แม้ทองคำยังปิดเดือนในทิศทางแข็งแกร่ง แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าไม่มีสินทรัพย์ใดปลอดภัยเมื่อเกิดวิกฤตสภาพคล่อง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากกว่าการคาดทิศทางราคาในวันที่ตลาดผันผวนรุนแรง

ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยทั่วโลกเผชิญเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อราคาทองคำและโลหะเงินร่วงลงอย่างรุนแรงภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขที่เทียบเท่ามูลค่าตลาด Bitcoin และคริปโตทั้งตลาดรวมกัน สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกสินทรัพย์ ตั้งแต่โลหะมีค่า หุ้น ไปจนถึงคริปโต
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งใน “แฟลชแครช” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดสินทรัพย์ปลอดภัย และเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อนักเทรดเกี่ยวกับโครงสร้างสภาพคล่องของตลาดโลกในปัจจุบัน
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นช่วงก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ วันที่ 29 มกราคม เมื่อราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่โลหะเงินทะยานแตะระดับ 121 ดอลลาร์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ราคาทองคำกลับหักหัวลงอย่างรุนแรง ร่วงแตะระดับใกล้ 5,100 ดอลลาร์ คิดเป็นการปรับตัวลงราว 7–8% ส่วนโลหะเงินดิ่งจาก 121 ดอลลาร์ ลงมาแถว 107–108 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 12–14% ซึ่งถือเป็นความผันผวนระดับผิดปกติสำหรับสินทรัพย์ที่ถูกมองว่า “ปลอดภัย”
แรงเทขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่โลหะมีค่า เช้าวันถัดมา Bitcoin ปรับตัวลงมากกว่า 8% หลุดลงมาแถว 81,000 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดคริปโตหายไปมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ตอกย้ำภาพของวิกฤตสภาพคล่องที่นักลงทุนต้องขายทุกสินทรัพย์เพื่อถือเงินสด
นักวิเคราะห์มองว่า จุดชนวนหลักมาจากแรงขายทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นแรงเกินพื้นฐานในช่วงก่อนหน้า การพุ่งแบบพาราโบลิกดึงดูดนักเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจสูง เมื่อราคาสะดุด ระบบอัลกอริทึมและคำสั่งตัดขาดทุนเริ่มทำงานพร้อมกัน เกิดโดมิโนการล้างพอร์ต ทำให้ราคาปรับตัวลงอย่างรวดเร็วแทบไม่มีแรงรับ
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ก็ถูกเทขายแรง ส่งผลให้กองทุนบางส่วนต้องขายทองคำและโลหะเงินเพื่อนำเงินสดไปพยุงพอร์ต ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินทรัพย์ปลอดภัย
แม้จะเกิดการปรับฐานรุนแรง แต่ภาพใหญ่ของทองคำในเดือนมกราคมยังถือว่าแข็งแกร่งอย่างมาก ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเกือบ 24% ภายในเดือนเดียว และกำลังจะกลายเป็นการปรับขึ้นรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 โดยราคาปรับขึ้นกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเดือนเดียว
ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ในเอเชีย ราคาทองคำแท่งปรับลงเล็กน้อยราว 0.5% มาอยู่แถว 5,342 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนเมษายนยังขยับขึ้นเล็กน้อย สะท้อนว่าความผันผวนยังคงสูง แต่แรงซื้อระยะยาวยังไม่หายไป
โลหะมีค่าอื่น ๆ ก็ปรับฐานเช่นกัน โดยราคาเงินยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะย่อตัว ขณะที่แพลทินัมและพัลลาเดียมลดลงตามแรงเทขายในภาพรวม
นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากตั้งคำถามว่า การร่วงลงระดับล้านล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่นาทีอาจเป็นการ “ทุบราคา” โดยเฉพาะเมื่อแรงขายเกิดขึ้นในตลาดฟิวเจอร์ส ขณะที่ทองคำแท่งจริงยังคงตึงตัว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนของการปั่นตลาด แต่เป็นพฤติกรรมปกติของตลาดที่ราคาปรับขึ้นเร็วและไกลเกินพื้นฐาน เมื่อสภาพคล่องเริ่มตึงตัว การปรับฐานจึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
แม้ราคาจะร่วงแรง แต่ความต้องการถือครองทองคำในระยะยาวยังคงอยู่ โดยมีรายงานว่า Tether เตรียมจัดสรรพอร์ต 10–15% เข้าทองคำแท่ง ขณะที่กองทุน SPDR Gold Trust ถือครองทองคำในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ตอกย้ำบทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดว่า เมื่อสภาพคล่องหาย ไม่มีสินทรัพย์ใดปลอดภัยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือ Bitcoin
30 นาทีที่ผ่านมาไม่ได้ทำลายแค่ราคา แต่สะท้อนโครงสร้างตลาดโลกที่เปราะบางกว่าที่หลายคนคาดคิด และสำหรับนักเทรด สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การมองทิศทางราคา แต่คือการบริหารความเสี่ยงให้รอดในวันที่ตลาดตัดสินใจ “ล้างทุกอย่างพร้อมกัน”
ขอบคุณข้อมูลจาก siamblockchain และ th.investing
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำโลกพุ่งแรงอีกครั้ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จากการเผชิญหน้าระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) และโยกเงินสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่าทองคำสปอตพุ่งสูงสุดราว 1.8% แตะเกือบ 5,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ปรับขึ้นกว่า 3% แรงหนุนไม่ได้มาจากสงครามเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก การลดถือครองพันธบัตร และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทำให้ภาพระยะยาวยังเป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นความผันผวนจะสูงมาก สำหรับนักเทรด ควรเทรดตามโมเมนตัมอย่างมีวินัย กำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจน ลดขนาดสถานะ และติดตามข่าวควบคู่กราฟเทคนิค เพราะตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์สามารถกลับทิศได้รวดเร็ว ความเสี่ยงจึงสำคัญไม่แพ้โอกาส.

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแรงและกลับมายืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ จากแรงหนุนของดอลลาร์อ่อนค่าและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ตัวเลขจ้างงาน CPI และยอดค้าปลีก เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ตลาดคาดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยกลางปี ซึ่งช่วยหนุนทองคำ นอกจากนี้ อุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลกยังแข็งแกร่ง สะท้อนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว โดยแนวโน้มราคายังขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์ และนโยบายการเงินเป็นหลัก.
EC markets
TICKMILL
IC Markets Global
eightcap
AVATRADE
Exness
EC markets
TICKMILL
IC Markets Global
eightcap
AVATRADE
Exness
EC markets
TICKMILL
IC Markets Global
eightcap
AVATRADE
Exness
EC markets
TICKMILL
IC Markets Global
eightcap
AVATRADE
Exness