简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ตลาดผันผวนตลอดสัปดาห์ ด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนทองร่วงต่ำกว่า $4,100
บทคัดย่อ:สรุปประเด็นสำคัญตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาดได้เพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์เสี่ยงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในช่วงแรกจากความกังวลด้านเงิ

สรุปประเด็นสำคัญ
ตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาดได้เพิ่มโอกาสที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์เสี่ยง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในช่วงแรกจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน
ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางได้ดันให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น ทำให้ปัญหาเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงทั่วโลก
ราคาทองคำร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นตาม
หุ้นสายเทคโนโลยีและ AI ยังอยู่ในช่วงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนเริมไม่แน่ใจว่ามูลค่าหุ้นในปัจจุบันจะยังยั่งยืนอยู่หรือไม่
การประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเป็นตัวกำหนดตลาดหุ้น ราคาทองคำ ค่าเงิน และคริปโตที่สำคัญที่สุด
เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ก็ยังแสดงถึงปัญหาเงินเฟ้อในทั่วทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น คือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และปัญหาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั่นเอง
ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาด และยิ่งไปกว่านั้น อาจต้องปรับขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปีด้วย โดยแนวทางการลงทุนในปัจจุบันก็ถือว่าสอดคล้องกับโอกาสที่จะมีการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งถือเป็นการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อต้นปีที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากกว่า
โดยสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อทองคำที่ปรับตัวลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ $4,100 และถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ยิ่งทำให้การถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำลดความน่าสนใจลงไป โดยมีนักลงทุนจำนวนมากหันไปลงทุนในตราสารหนี้ที่สร้างผลตอบแทนจากดอกเบี้ยแทน
หุ้นสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายก่อนหน้า
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนหนักตลอดสัปดาห์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ก็เผชิญแรงขายหลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประกาศออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ แม้จะอยู่ในช่่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่่ในระดับสูงขึ้น แต่ถึงแม้ข้อมูลการจ้างงานจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม นักลงทุนกลับลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
โดยหุ้นสายเทคโนโลยี โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และ AI เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีผลกระทบต่อหุ้นทีมีโอกาสเติบโตในอนาคต ด้าน ดัชนี Dow Jones ปรับลงหนักสุดครั้งหนึ่งในปีนี้ โดยร่วงเกือบ 1,000 จุดในช่วงเวลาซื้อขายในวันพุธ สวนดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ต่างร่วงแรงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนก็ถือวากลับมาดีขึ้นในวันพฤหัสบดี หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าแผนปฏิบัติการโจมตีใส่อิหร่านได้ถูกระงับไว้ และส่งสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายกำลังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงกันได้ในอนาคต การเผยข้อมูลดังกล่าวก็ช่วยลดความกังวลถึงปัญหาทีอาจลุกลามในตะวันออกกลางลงไป และช่วยให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวได้ รวมถึงเพิ่มความเชื่่อมั่นให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงใหม
อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังเห็นการเปลี่ยนแนวทางการลงทุนตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งการเปลี่ยนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ไปลงทุนในธุรกิจที่มีความผันผวนน้อยกว่า เช่นสาธารณสุข การเงิน และพลังงานแทน
ECB ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.25% สกัดปัญหาเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นในการประชุมสัปดาห์นี้ สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงทั่วยุโรป
การตัดสินใจดังกล่าวช่วยหนุนค่าเงินยูโรในช่วงแรก โดยคู่สกุลเงิน EUR/USD ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยของยุโรปและสหรัฐฯ มีส่วนต่างน้อยลง อย่างไรก็ตาม เงินยูโรก็ยังแข็งค่าขึ้นไมได้มากนัก หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาสูงกว่าคาดได้เพิ่มโอกาสให้ Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะต่อไป
ด้านตลาดหุ้นยุโรปมีการตอบสนองต่อนโยบายของ ECB ไม่ดีนัก เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ได้ โดยกลุ่่มที่มีปัญหามากที่สุดคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย อย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
ในระยะต่อไป ECB ก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมา แม้อัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่เหนือเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่สัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปอาจทำให้ธนาคารปรับดอกเบี้ยขึ้นได้ไม่สูงนัก โดยนักลงทุนจะต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานให้ใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายของ ECB ได้
น้ำมันผันผวน ส่วนทองยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นไปเหนือ $93 ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นเหนือ $90 ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลถึงปัญหาการขนส่่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แม้กลุ่ม OPEC+ จะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว แต่สงครามยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางราคาเป็นหลักตลอดทั้งสัปดาห์
ด้านทองคำได้เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม แม้โดยปกติแล้วทองคำมักได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอนในลักษณะนี้ แต่ปัจจุบันก็ยังเผชิญปัญหาอยู่ เนื่องจากนักลงทุนได้ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมากกว่า โดยราคาได้ร่วงต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ $4,100 และร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2025
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
IC Markets Global
FOREX.com
EBC FINANCIAL GROUP
AVATRADE
XM
GTCFX
IC Markets Global
FOREX.com
EBC FINANCIAL GROUP
AVATRADE
XM
GTCFX
WikiFX โบรกเกอร์
IC Markets Global
FOREX.com
EBC FINANCIAL GROUP
AVATRADE
XM
GTCFX
IC Markets Global
FOREX.com
EBC FINANCIAL GROUP
AVATRADE
XM
GTCFX
