PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยในวันที่ 1 เมษายน โดยดัชนีดอลลาร์ขยับขึ้น 0.05% นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของเจอโรม พาวเวลและการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรจากทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของตลาด ข้อมูลการเปิดรับสมัครงานในสหรัฐฯ ลดลง และภาคการผลิตหดตัว

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคารที่ 1 เมษายน ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนรอคอยการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ขยับขึ้น 0.05% แตะที่ระดับ 104.260 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.8840 ฟรังก์ จาก 0.8822 ฟรังก์ในวันจันทร์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนญี่ปุ่นที่ 149.40 เยน และดอลลาร์แคนาดาที่ 1.4336 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ 1.0787 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์ก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ 1.2910 ดอลลาร์
นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของเจอโรม พาวเวลที่จะกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน เวลา 22.25 น. ตามเวลาไทย ขณะที่ยังมีการจับตาการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันพุธที่ 2 เมษายน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของตลาด
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 194,000 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 7.57 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าที่คาดการณ์ และข้อมูลจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) แสดงให้เห็นว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตลดลงสู่ระดับ 49.0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการหดตัวของภาคการผลิต เนื่องจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากร
ในด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ Austan Goolsbee ประธานธนาคารกลางชิคาโกกล่าวว่า แม้ข้อมูลเศรษฐกิจยังคงแสดงถึงความแข็งแกร่ง แต่ภาษีการค้าที่เพิ่มขึ้นภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ชะลอตัว
Goolsbee กล่าวว่า ภาษีครั้งเดียวอาจทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากการนำเข้ามีสัดส่วนเพียง 11% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจตอบสนองต่อภาษีอย่างรุนแรง อาจเกิด “การยกระดับ” ภาษีซึ่งอาจทำให้การเติบโตชะลอตัวลงและก่อให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่ผู้บริโภคและธุรกิจ ส่งผลให้การใช้จ่ายและการลงทุนลดลง
เขายังกล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่ยากลำบากยังคงค่อนข้างมั่นคง และหากสามารถผ่านช่วงความไม่แน่นอนนี้ไปได้ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ โดยตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อก็ยังคงมีแนวโน้มลดลง
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำ และการรอดูมาตรการภาษีศุลกากรจากประธานาธิบดีทรัมป์ในวันที่ 2 เมษายนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ขอบคุณ สำนักข่าวอินโฟเควสท์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น